ย้ายบ้านมา Ghost

ย้ายบ้านมา Ghost

สวัสดีฮะ ทุกคนนนนน

โพสต์นี้เขียนตอนที่เราย้ายบล็อกมาอยู่ใต้ร่วมเงาของ Ghost เรียบร้อยแล้วนะ

เอาจริงๆ มานับดูแล้วนี่ก็สามปีกว่าละนะ ที่ผมเริ่มเขียนบล็อกมาเนี่ย ตั้งใจจะทำเป็นทั้ง portfolio ด้วย บ่นขิงขาตะไคร้ใบมะกรูดด้วย อวดสรรพสิ่งด้วย เริ่มต้นครั้งแรกสุดที่ Wordpress แหละ จุดเริ่มต้นของจักรวาลนี้ ผมก็แชร์อะไรต่อมิอะไรไป ปรับแต่งนั่นนี่เพื่อให้คนเขียนก็เขียนสนุก คนอ่านก็ได้ประสบการณ์ที่ดี จนมารู้สึกอีกที มีอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมดแล้วฮะ โดยเฉพาะ plugin ที่ติดตั้งหลายตัว ขนาดลบๆ ที่ไม่จำเป็นออกไปแล้วนะ เอาล่ะ ทีนี้เลยคิดจะปรับปรุงขนานใหญ่ไปเลย ก็คือ ย้ายไปใช้ CMS (Content Management System) ตัวอื่นแทน ทดลองตัวใหม่ๆ มาสักพัก ก็ตัดสินใจเลือก Ghost นี่แหละฮะ

ทำไมต้องเป็น Ghost

ส่วนตัวผมรู้จัก Ghost มานานแล้ว รู้จักตอนที่เลือก CMS ตอนแรกก่อนจะไปเลือก Wordpress ก่อนนั่นแหละ ตอนนั้นที่เลือก Wordpress เพราะความใช้งานง่าย ติดตั้งไว ใช้งานได้เลย มีอะไรให้เล่นเยอะ แต่ครั้งนี้ที่เลือก Ghost ก็เพราะ

  • Ghost มันติดตั้งเสร็จก็ใช้งานได้เลย (จริงๆ Wordpress ก็คือกันแหละนะ)
  • ทำบล็อกหลายภาษา (Multilingual) ได้เลย แต่ต้องไปตั้งค่าอะไรมันนิดหน่อย
  • Integrate กับ Twitter ได้ตั้งแต่แรก
  • มี Dark theme มาให้พร้อม ทั้งหน้าแอดมิน ทั้งหน้าบล็อกฮะ (เราเข้าสู่ด้านมืดและออกไปสู่ด้านสว่างไม่ได้มานานแล้ว)
  • ภาษาใหม่แหละ Ghost ใช้ไฟล์ .hbs ที่รันผ่าน NodeJS ซึ่งทางนี้คล่องกว่า อ่านเข้าใจง่ายกว่า
  • Support markdown อันนี้แหละจุดแข็งนึงของ Ghost เลย ซึ่งผมและ developer (เกือบ) ทั่วโลกน่าจะคุ้นกันอยู่แล้ว เพราะเราต้องเขียน README ใน git กันบ่อยๆ อยู่ละ

เปรียบเทียบ Wordpress กับ Ghost

ส่วนตัวเลยเนี่ย ทั้งคู่ก็เป็น CMS มีชื่ออยู่ระดับนึงอยู่แล้วนะ

ผมมองว่า Wordpress มันมีพื้นฐานเป็น general purposes คือ วางโครงมาให้รองรับเว็บหลายๆ แบบ จะเป็น e-commerce ก็ได้ blogs ก็ได้ media ก็ได้ อะไรก็ได้ แต่ Ghost โชว์จุดขายมาตั้งแต่ต้นว่าเป็น CMS สำหรับ blogging

แล้วพอมาใช้จริงๆ ก็ เออ blogging จริงๆ ด้วย คือ มันก็มี support media บ้างอะไรบ้างอยู่นะ แต่หลักๆ จะมี feature สำหรับการเขียน blog เสียเป็นส่วนใหญ่ จดจ่ออยู่กับการพิมพ์ blog ก๊อกๆ แก๊กๆ ไปเท่านั้น ไม่ต้องสนใจอย่างอื่นหรอก ที่เหลือเดี๋ยว Ghost จัดการให้ ... เงี้ย

เอ้า แล้วถ้าจะตกแต่งอะไรล่ะ Ghost ไม่ได้มี plugin อะไรมากมายเหมือน Wordpress แต่เราก็สามารถใช้ html tag หรือ javascript ไปแปะเพิ่มแบบของเจ้านั้น ซึ่งตรงนี้ผมก็มองว่ามันเป็น trade-off แหละ เสียเวลาเพิ่มขึ้นมาหน่อย แลกกับลดความเยอะของ plugin ลงไป แถมได้ใช้ web development skill เพิ่มมาจึ๋งนึง ก็ได้อยู่นะ

ช่วงแรกจะงงๆ หน่อย ต้องใช้เวลาไปศึกษาหาข้อมูลการปรับแต่งของ Ghost มัน เลยไม่ค่อยแนะนำสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานการเขียนเว็บเท่าไหร่ฮะ

และอีกอย่าง ผมรู้สึก (ไปเองรึเปล่าก็ไม่รู้นะ) ว่า Ghost เร็วกว่า Wordpress แหละ

ทำอะไรบ้างตอนจะย้ายบ้าน

ด้วยความที่ย้ายบ้านมา Ghost ที่แทบจะไม่มีอะไรเหมือนกันกับ Wordpress เลยต้องทำการบ้านเยอะหน่อยฮะ

Blog contents

คือ จุดมุ่งหมายอย่างนึงที่สำคัญเลยตอนตัดสินใจเลือก CMS คือ ต้อง support multilingual ได้ ตอนอยู่บ้านเดิม Wordpress มันมี plugin ที่ชื่อว่า WPGlobus และแน่นอน เจ้าตัวนี้ไม่มีใน Ghost อยู่แล้วแหละ เลยใช้ feature multilingual ของ Ghost ที่ให้มาแต่แรกนั่นแหละ แยก post เป็นแต่ละภาษาแล้วให้ Ghost มันจัดการ routing เอา ผลลัพท์ก็ออกมาใช้ได้อยู่นะ

อีกอย่างนึงคือ ตอน export post ออกจาก Wordpress ปรากฎมันมีแต่ post ภาษาอังกฤษอ่ะ สุดท้ายเลยต้องเสียเวลามาคัดลอกภาษาไทยเอาใหม่อีกที

Media

บาง post โดยเฉพาะพวก post ท่องเที่ยวเนี่ย รูปเอย วิดีโอเอย เยอะมาก เป็นร้อยอะ ซึ่งตอนใช้ Wordpress ก็ upload ไปวางแหมะเอาที่ Media library ของมัน พอย้ายมา Ghost ที่ไม่มี Media library (อย่างน้อยก็ยังไม่มี ตอนที่พิมพ์เนี่ยแหละ) ก็คิดว่าจะทำยังไงดี ไปๆ มาๆ ก็ใช้วิธีวางแหมะใน Amazon S3 แล้วลิงก์ไปที่ post แทน ก็ใช้ได้อยู่

ตอนทำคือกินเวลานานเหมือนกันกับตรงนี้ แต่พอทำเสร็จแล้วก็โอเคแหละ ถือว่าเป็นโอกาสจัดไฟล์ซะเลย รอบหน้า ถ้าจะย้ายอีก จะได้ไม่เสียเวลามาก (แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะย้ายอีกนะ เหนื่อย)

ส่งท้าย

ยอมรับว่าตอนย้ายมา Ghost  ก็ปวดหัวไม่น้อย เหมือนเริ่มต้นใหม่อยู่นะ แต่คิดว่า คิดถูกแหละ เพราะชอบความ clean ของมัน อะไรๆ ก็เร็วไปหมด เลยประทับใจใน Ghost (ภาษาเหมือนขายตรง)

เอาล่ะ ถ้าตอนนี้คุณๆ ที่อ่านอยู่ คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิต ก็จะบอกว่า ลองเถอะ ลองเล่น ลองให้เวลากับสิ่งนั้น จนแน่ใจและตัดสินใจได้ว่า จะไปต่อหรือพอแค่นี้ ดีกว่ารั้งๆ รอๆ เสียเวลาตัดสินใจกับสิ่งที่ยังไม่ได้ลองเลย อันนั้นจะแย่กว่าลองแล้วแต่พบว่าไม่โอเค เสียอีก

และถ้าตัดสินใจได้แล้ว ก็ขอให้ผลลัพท์ที่ดีจงปรากฎแก่ท่านด้วยเถิด (สาธุ)

Show Comments